ข้ามไปยังเนื้อหา

english-speaking-tax-accountant-tokyo: เจาะลึกเลี่ยงภาษีทิพย์ จ้างนักบัญชีญี่ปุ่นยังไงให้ไม่โดนฟันหัวแบะ

เอเจนซี่รับทำเรื่องต่างประเทศเนี่ย ชอบขู่ชาวต่างชาติให้กลัวหัวหอมอยู่เรื่อย อ้าปากมาก็บอกว่า “ถ้าไม่จ้างนักบัญชีมาทำบัญชีให้ทุกเดือน บริษัทคุณพังแน่ สรรพากรญี่ปุ่นตามเช็คบิลแน่ๆ” ทำยังไงกับชีวิตดีล่ะเนี่ย เหมือนกับว่าถ้าตั้งบริษัทในญี่ปุ่นแล้วไม่ยอมจ่ายเงินก้อนนี้ แปลว่าคุณกำลังทำผิดกฎหมายอยู่ยังไงยังงั้น ฟังแล้วโคตรจะตลก ขู่ใครอยู่เนี่ย?

ถ้าลองคิดดูดีๆ จะเก็ททันทีเลยว่า ถ้าบริษัทของคุณมันเป็นแค่บริษัทกระดาษ ไม่มีธุรกิจจริงๆ ไม่ได้จ้างใคร และกรรมการก็ไม่ได้เงินเดือนแม้แต่เยนเดียว เอาไว้แค่ซื้อคอนโดปล่อยเช่าหรือวางทิ้งไว้ทำออฟฟิศรักษาสถานะเฉยๆ แล้วคุณดันยอมจ่ายค่าบริการให้สำนักงานบัญชีทุกเดือนเป็นหมื่นๆเยนล่ะก็ บอกเลยว่านั่นคือการ “ซื้อความสบายใจ” แบบโง่ๆ ที่เสียค่าโง่ได้เจ็บแสบสุดๆ

แล้วพวกนี้มันหากินกับชาวต่างชาติยังไง? ลองไปเสิร์ชดูพวกสำนักงานบัญชีอินเตอร์ในญี่ปุ่นสิ ส่วนใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะลงราคาให้ชัดเจน ส่วนน้อยที่กล้าโชว์ราคาเห็นแล้วตาสว่างวาบ สำนักงานบัญชี Shintaro International ฝากชีวิตไว้กับเขา ชั่วโมงละ 20,000 เยนถ้านายพูดญี่ปุ่น แต่ถ้าพูดอังกฤษปุ๊บ พุ่งไป 30,000 เยนต่อชั่วโมงทันที (ตกเกือบ 7,000 บาทไทย) นั่งคุยชั่วโมงเดียวกินบุฟเฟต์หรูๆ ได้สบาย ถึงแม้บริษัทนายจะแทบไม่มีรายได้อะไรเลย นายก็ยังต้องก้มหน้าก้มตาจ่ายค่าที่ปรึกษาเดือนละ 22,000 เยน แถมปลายปีโดนค่าปิดงบ (Final Closing) อีก 165,000 เยน บวกค่าภาษีบริโภคอีก 11,000 เยน คำนวณดูสิ ปีๆ นึงไม่ได้ทำอะไรเลย เสียเงินไปฟรีๆ 400,000 ถึง 500,000 เยน ถามจริง เจ็บใจไหมล่ะ?

แล้วยังมีสำนักงานบัญชี BPS International อีก โปรโมชันลด 33,000 เยนตอนตั้งบริษัท ฟังดูโคตรหวานเจี๊ยบใช่ไหม? แต่เขามีเงื่อนไขว่านายต้องผูกปิ่นโตทำสัญญายาวๆ กับเขานะ ค่าทำบัญชีรายเดือน 27,500 เยน ค่าปิดงบปลายปีอีก 99,000 เยน ล็อคเป้าโดนไปเหนาะๆ 430,000 เยนต่อปี หนีไม่พ้นแน่นอน

ทำไมพวกมันถึงกล้าเรียกเก็บเงินแพงระยับขนาดนี้? พูดตรงๆ ก็คือ พวกมันเอาแพ็กเกจที่ทำไว้สำหรับ “บริษัทที่เปิดทำการจริงๆ มีพนักงานร้อยแปดพันเก้าต้องจ่ายเงินเดือน แถมต้องปวดหัวกับ ตม. เรื่องต่อวีซ่า” มายัดเยียดให้คนธรรมดาที่แค่อยากซื้อบ้านปล่อยเช่าหรือเปิดบริษัททิ้งไว้เฉยๆ พูดง่ายๆ คือ ตั้งหน้าตั้งตาฟันหัวแบะนั่นแหละ

ทีนี้มีคนถามว่า แล้วบริษัทที่มีไว้กินค่าเช่าเฉยๆ เนี่ย ปกติแล้วมันจำเป็นต้องมีนักบัญชีไหม? เราต้องเคลียร์กันก่อนว่า ในญี่ปุ่นเนี่ย ปัญหาเรื่องภาษีจุกจิกมันมาจากไหนกันแน่ หลักๆ มีอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตอนจ่ายเงินเดือนพนักงาน อย่างที่สองคือประกันสังคม อย่างเงินบำนาญ厚生年金 (Kosei Nenkin) กับประกันสุขภาพ ถ้าบริษัทคุณเป็นแค่บริษัทถือทรัพย์สิน/ออฟฟิศรักษาสถานะ ตั้งเงินเดือนกรรมการเป็นศูนย์ ไม่จ่ายเงินเดือนใคร ไม่จ้างใคร แปลว่าประกันสังคมก็ยื่นเลขศูนย์ ภาษีเงินได้ก็ไม่ต้องหัก บัญชีบริษัทสะอาดเอี่ยมออโต้ มีแค่เงินค่าเช่าเข้าหนึ่งสองรายการ กับค่าบริหารจัดการตึกหักออกไม่กี่รายการ 365 วันเต็ม บัญชีแทบจะนิ่งสนิทเหมือนสตั๊ฟไว้ สภาพแบบนี้ถ้าคุณยังควักเงินเดือนละสองสามหมื่นเยนจ้างนักบัญชีมานั่งดูหน้าบัญชีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย พูดแรงๆ ก็คือเอาเงินไปโปรยเล่นชัดๆ

พูดภาษาคนไม่เก่ง เรื่องภาษีก็ไม่รู้เรื่อง แต่อยากประหยัดทำไงดี? จริงๆ ไม่ต้องไปงัดข้อกับระบบยื่นภาษีรัฐบาลที่เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน แถมไม่ต้องไปนั่งกราบกรานจำกฎหมายภาษีญี่ปุ่นที่โคตรจะซับซ้อนด้วย วิธีที่ถูกต้องมันง่ายมาก มีแค่ 3 สเต็ปนี้

1. ใช้ซอฟต์แวร์ทำบัญชีออโต้ระหว่างปี ประหยัดเงินสุดๆ ใช้ซอฟต์แวร์บัญชีคลาวด์ยอดฮิตของญี่ปุ่นอย่าง freee ผูกกับบัญชีธนาคารธุรกิจของบริษัทซะ จะเป็น GMO Aozora หรือ DOCOMO SMTB Net Bank ก็ได้ ทุกครั้งที่มีค่าเช่าเข้าหรือค่าส่วนกลางหักออก ซอฟต์แวร์มันจะซิงค์รายการเดินบัญชีให้อัตโนมัติ เพราะเดือนนึงมีแค่รายการสองรายการ แค่กดคลิกคอนเฟิร์มจบปิ๊ง ชีวิตประจำวันแทบไม่ต้องไปแตะต้องมันเลย

2. สิ้นปีค่อยซื้อบริการปิดงบแบบครั้งเดียวจบ (Spot) บริษัทในญี่ปุ่นต้องยื่นภาษีปีละครั้งภายในสองเดือนหลังจากปิดรอบบัญชี ซึ่งเรียกว่าการ “ปิดงบประจำปี” (決算 - Kessan) จำไว้ให้ดี ห้ามไปเซ็นสัญญาที่ปรึกษาแบบตัดเงินรายเดือนเด็ดขาด ให้พุ่งตัวไปที่แพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ของญี่ปุ่น ไปหานักบัญชีอิสระที่รับทำเรื่องยื่นปิดงบประจำปีโดยเฉพาะ (年次決算申告代行) หาได้จากเว็บอย่าง coconala หรือ 税理士ドットコム (Zeirishi Dot Com) พวกนี้รับจ้างทำปีละครั้ง เรตตลาดจะอยู่ประมาณ 50,000 ถึง 100,000 เยน ทำเสร็จจ่ายเงินจบ แยกย้าย สะอาดและเฉียบคมมาก

3. สื่อสารผ่านอีเมลร้อยเปอร์เซ็นต์ กำแพงภาษาเป็นศูนย์ สิ้นปีก็แค่เอาไฟล์ Excel บัญชีและรายการเดินบัญชีจาก freee มาแพ็ครวมกัน เขียนอีเมล (ใช้เครื่องมือแปลภาษาช่วยได้) ส่งไปบอกเขาว่า นี่คือข้อมูลทั้งปีของบริษัทที่ทำธุรกิจปล่อยเช่าอสังหาฯ อย่างเดียว ไม่มีพนักงาน ไม่มีเงินเดือนกรรมการ รบกวนช่วยทำงบการเงินประจำปีและยื่นภาษีให้นิติบุคคลด้วย พอนักบัญชีทำเสร็จ เขาจะจัดการยื่นเรื่องอิเล็กทรอนิกส์เข้าระบบ e-Tax ให้ทันที คุณไม่ต้องไปวิ่งวุ่นเองเลยสักนิด

ลองเอาสองวิธีนี้มาเทียบกันดู แล้วจะเห็นความต่างแบบฟ้ากับเหว:

  • วิธีเอเจนซี่ต่างชาติ: ระหว่างปีเดือนละ 22,000 - 30,000 เยน + ปลายปีอีก 100,000 - 165,000 เยน รวมแล้วปีนึงโดนไป 400,000 - 550,000 เยน
  • วิธีใช้ freee + จ้างนักบัญชีแบบ Spot ปลายปี: ระหว่างปี 0 เยน + ปลายปีจ่ายทีเดียวจบ 50,000 - 100,000 เยน รวมทั้งปีจ่ายแค่นี้พอ! ประหยัดต้นทุนเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายไปได้ถึง 80% ใครคิดเลขเป็นก็รู้ว่าเลือกทางไหน

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการยื่นภาษีในญี่ปุ่นต้องทำช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมเหมือนภาษีบุคคลธรรมดา บอกเลยว่า ไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด! วันยื่นภาษีนิติบุคคลเนี่ย มันขึ้นอยู่กับวันที่คุณเลือกตอนก่อตั้งบริษัท คุณอยากจะให้รอบบัญชีจบเดือนไหนก็ได้ จะเป็นเดือนมีนาคม กันยายน หรือธันวาคมก็ได้ทั้งนั้น วันหมดเขตตามกฎหมายคือ “สิ้นสุดเดือนที่สองนับจากเดือนที่ปิดรอบบัญชี” ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเลือกปิดรอบบัญชีวันที่ 31 มีนาคม วันหมดเขตยื่นและจ่ายภาษีคือวันที่ 31 พฤษภาคม ในทางปฏิบัติจริงคือ เริ่ม Export ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ส่งให้พวกนักบัญชีแบบ Spot ช่วงกลางเดือนเมษายน เวลาเหลือเฟือเหลือเกิน ถ้าปิดรอบเดือนกันยายน ก็ไปหมดเขตพฤศจิกายน ถ้าปิดรอบเดือนธันวาคม ก็ไปหมดเขตเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า กฎเหล็กคือ ไม่ต้องตื่นตระหนกตั้งแต่เนิ่นๆ ขอแค่เคลียร์การยื่นเอกสารให้เสร็จภายในหน้าต่าง 2 เดือนนับจากวันถัดจากวันปิดงบ รับรองว่าทันแน่นอน

ถ้าอยากลองลุยทำเอง ขั้นตอนทั้งหมดแกะออกมาดูก็มีแค่นี้แหละ: ชีวิตประจำวันแทบไม่ต้องดูแลอะไรเลย สมัคร freee 会計 (Freee Accounting) แพ็กเกจพื้นฐาน เดือนนึงประมาณ 2,000 - 3,000 เยน ผูกหลังบ้านเข้ากับบัญชีธนาคารธุรกิจญี่ปุ่น ค่าเช่าเข้ากดเป็น 売上 (ยอดขาย), ค่าจัดการตึกหักออกกดเป็น 支払手数料 (ค่าธรรมเนียมจ่าย), ภาษีทรัพย์สินถาวรแปะเป็น 租税公課 (ภาษีและค่าธรรมเนียมอากร) เดือนนึงมีแค่หยิบมือเดียว ใช้เวลาทำทั้งหมดทั้งปีไม่ถึง 15 นาที

พอถึงวันถัดจากวันปิดงบ ก็ล็อกอินเข้าหลังบ้าน freee แล้ว Export ไฟล์หลักๆ ออกมา 2 ไฟล์จบ ได้แก่ 残高試算表 (Trial Balance) จะเป็น PDF หรือ Excel ก็ได้ และ 総勘定元帳 (General Ledger) คือรายละเอียดธุรกรรมทั้งหมดทั้งปี เตรียมไฟล์ PDF สเตทเมนท์ธนาคารย้อนหลัง 1 ปีให้พร้อม ซึ่งโหลดตรงจากหลังบ้านธนาคารได้เลย

จากนั้นก็ไปหานักบัญชีอิสระในประเทศ อย่าไปหาสำนักบัญชีต่างชาติที่ชาร์จราคาโหดเด็ดขาด เข้าไปเสิร์ชคำว่า 法人決算申告スポット (ยื่นงบนิติบุคคลแบบครั้งเดียว) ใน coconala หรือ 税理士ドットコム เลือกสำนักงานที่เรตติ้ง 4.8 ดาวขึ้นไป และมีเรทราคา 50,000 - 100,000 เยน ตอนติดต่อไปให้ก๊อปปี้เทมเพลตภาษาญี่ปุ่นนี้ส่งไปได้เลย อธิบายสถานการณ์บริษัทตัวเองให้ชัดเจน:

不動産賃貸管理、役員報酬ゼロ、従業員なし、会計ソフトfreee入力済み、年間取引数極少 (บริหารจัดการอสังหาฯ ให้เช่า, เงินเดือนกรรมการเป็นศูนย์, ไม่มีพนักงาน, คีย์ข้อมูลลง freee เรียบร้อยแล้ว, ธุรกรรมต่อปีน้อยมาก)

แล้วขอให้เขาประเมินราคาและกำหนดเวลาส่งมอบที่รวมการยื่นอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง e-Tax และ eLTAX มาให้เรียบร้อย พอนักบัญชีเขาเห็นปุ๊บ เขาก็รู้ทันทีว่าคุณเป็น “สายแข็งตัวจริง” ไม่มีทางมาหลอกฟันคุณแน่นอน

พอนักบัญชีรับงานแล้ว ภายใน 1-2 สัปดาห์เขาจะคำนวณค่าเสื่อมราคาและปรับปรุงทางภาษีให้ เอกสารพวกตารางงบการเงิน (Bespy 1, Bespy 4 บลาๆ) เขาจัดการเองหมด แล้วกดส่งให้กรมสรรพากรผ่าน e-Tax ให้เสร็จสรรพ จากนั้นเขาจะส่งใบแจ้งเตือนการยื่นอิเล็กทรอนิกส์สำเร็จ (受信通知) และใบ納付書 (ใบแจ้งชำระภาษี) กลับมา

เงินที่คุณต้องจ่ายมีแค่ 2 ก้อน:

  1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (法人税 - Hojinzei): อันนี้เป็นภาษีรัฐบาล ถ้าคำนวณแล้วปีนี้หักค่าเสื่อมอาคารแล้วออกมาขาดทุน ภาษีตัวนี้ก็คือ “0 เยน” ไม่ต้องจ่ายสักแดงเดียว
  2. ภาษีอยู่อาศัยนิติบุคคลแบบเท่ากันหมด (法人住民税均等割): อันนี้เป็นภาษีท้องถิ่น (คล้ายภาษีหัวคน) ไม่ว่าบริษัทคุณจะกำไรหรือขาดทุน ขอแค่บริษัทยังมีตัวตนอยู่ ทุกปีคุณต้องจ่ายให้สำนักงานภาษีกรุงโตเกียวประมาณ 70,000 เยน

เปิดหลังบ้านบัญชีธนาคารธุรกิจญี่ปุ่นของคุณ หาปุ่มชำระเงินที่เขียนว่า Pay-easy税金各種料金払込 เอาหมายเลขชำระเงินจากใบแจ้งหนี้มากรอก กดจ่ายออนไลน์จบปิ๊ง ปิดซอยฉลอง จบกระบวนการทั้งหมดแค่นี้เลย!

สุดท้าย ท่องไว้ให้ขึ้นใจกับ 2 กับดักที่ต้องหลบให้พ้น:

  • อันแรก: ไม่มี My Number Card ก็ทำได้สบายมาก! การยื่นอิเล็กทรอนิกส์แทนโดยนักบัญชี เขาใช้ลายเซ็นดิจิทัลและช่องทางเฉพาะของตัวนักบัญชีเอง ไม่จำเป็นต้องใช้บัตร Residence Card ของคุณ, My Number ส่วนบุคคล หรือเครื่องอ่าน NFC อะไรทั้งสิ้น
  • อันที่สอง: ต้องรู้จักปฏิเสธพวกลูกตื๊อขายแพ็กเกจรายเดือน! ตอนที่นักบัญชีรับงานเสร็จ บางคนอาจจะแถมท้ายด้วยคำถามว่า “รอบหน้าสนใจทำสัญญาที่ปรึกษารายเดือนไหมครับ เดือนละ 15,000 เยนเองนะ” ให้ตอบกลับไปแบบสุภาพแต่เด็ดขาดว่า:

弊社は取引数が極めて少ないため、次回もスポットでお願いしたく存じます (เนื่องจากบริษัทของเรามีปริมาณธุรกรรมน้อยมากๆ รอบหน้าเลยขอใช้บริการแบบ Spot ครั้งเดียวเหมือนเดิมครับ)

พูดประโยคนี้ประโยคเดียวจบ ปิดประตูแพ็คเกจรายเดือน ฝ่ายนั้นก็จะไม่กล้าตื๊อคุณอีกต่อไป!

แปลโดย AI หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจ โปรดอ้างอิงจากต้นฉบับภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ